HOME ISSUE

SECTION

ABOUT

THE GOOD LIFE


Packing a Punch

คนกรุงเทพฯ จำนวนมากได้หันมาใช้ศิลปะการต่อสู้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพแทนการออกกำลังกายแบบเดิมๆ

ในยิมออกกำลังกายแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เสียงดนตรีดังสนั่นควบคู่ไปกับเสียงกำปั้นที่รัวเข้าใส่แผ่นนวมหนักอึ้ง หยาดเหงื่อกระเซ็นอยู่บนผืนเสื่อซึ่งมีร่องรอยจากการทำหน้าที่รองรับน้ำหนักเหล่านักสู้ที่ออกกระบวนท่ามวยดุเดือดวันแล้ววันเล่า สิ่งเหล่านี้เป็นภาพคุ้นตาของผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงกีฬาการต่อสู้ เพราะเป็นเวลานานมาแล้วที่กิจกรรมนี้ถูกมองว่าเป็นความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของคำว่ากีฬา และผู้เอาดีในทางนี้ก็มักถูกตีตราว่ามีพื้นเพเป็นเด็กมีปัญหาหรืออันธพาล แน่นอนว่าในบรรยากาศเช่นนี้ สำหรับใครที่มองหากีฬาสำหรับออกกำลังกาย ลู่วิ่งนั้นเป็นทางเลือกที่ได้ผลไม่แพ้กันนักแต่เก็บฟันไว้ได้ครบกว่าแน่นอน

ภายใน OMMO Studios เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่คนคุ้นเคยกันดี คือดนตรีแร็ปกึกก้องสอดประสานกับเสียงกำปั้นปะทะเป้าล่อตลอดจนเสียงครูฝึกที่กำลังบอกบทนักสู้ด้วยคำสั่งสั้นๆ อย่าง “แย็บ! ต่อย! ฮุค! เข่า! เตะ!” ทว่าบรรยากาศในยิมแห่งนี้กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัว และที่แน่ๆ ผู้ฝึกก็ไม่ใช่ทหารนักสู้ อันที่จริง บรรดาผู้ฝึกเหล่านี้เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศทั่วไปที่มองหารูปแบบการออกกำลังกายที่ไม่ใช่แค่การวิ่งบนเส้นตรงไปเรื่อยๆ หรือยกแผ่นเหล็กหลายสิบกิโลกรัมซ้ำซาก หรือพูดอีกอย่าง นี่ก็คือกลุ่มคนเดียวกับที่แวะเวียนไปออกกำลังกายตามยิมทางเลือกต่างๆ อาทิ The LAB, BASE และ Surfset นั่นเอง

เดิมที ยิมออกกำลังกายสำหรับกีฬาต่อสู้ส่วนใหญ่มักมีบรรยากาศไม่เป็นมิตร และตั้งอยู่ในสถานที่เก่าทรุดโทรม สถานที่เหล่านี้จะมาพร้อมกับครูฝึกที่ไม่เพียงฝึกกาย แต่ยังหมายมั่นจะเสริมสร้างความทรหดทางจิตใจอย่างในค่ายฝึกทหาร ด้วยเหตุนี้ ความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้า และความอ่อนแอนั้นจึงถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ต้องขจัดออกไปด้วยการฝึกสุดโหด นับตั้งแต่การฝึกล่อเป้าไปจนถึงการซ้อมชกบนสังเวียน แต่สิ่งต่างๆ ทั้งหมดนี้ กำลังเปลี่ยนไป เพราะวันนี้ แม้คนทั่วไปที่ไม่ได้หลงรักความเจ็บปวดเป็นพิเศษ ก็เริ่มหันมาใช้ศิลปะการต่อสู้เพื่อการออกกำลังกายมากขึ้น

อมโมะ สตูดิโอเป็นหนึ่งในยิมออกกำลังกายในกรุงเทพฯ ที่เปิดสอนกีฬาการต่อสู้ที่ประยุกต์ให้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป โดยยังรักษาเทคนิคและการฝึกความอดทนตามแบบฉบับค่ายฝึกศิลปะการต่อสู้ไว้ แต่กระทำในสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป หนึ่งในบรรดาคลาสเรียนที่ยิมแห่งนี้เปิดสอนคือ Boxing Fitness หรือการออกกำลังกายที่เน้นการชกมวยแบบไม่ปะทะ ผสมผสานกับการออกกำลังกายแบบ High Intensity Interval (การออกกำลังอย่างหนักสลับกับการพักเป็นช่วงสั้นๆ ถี่ๆ เพื่อผลในทางคาร์ดิโอ) โดยคลาสเรียนชกมวยที่นำเทคนิคการต่อสู้ประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายเช่นนี้ กำลังกลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็วทั่วโลก และได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของกีฬาชกมวยและศิลปะการต่อสู้ให้กลายเป็นสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น

หนึ่งในบรรดาคลาสเรียนที่ยิมแห่งนี้เปิดสอนคือ Boxing Fitness หรือการออกกำลังกายที่เน้นการชกมวยแบบไม่ปะทะ ผสมผสานกับการออกกำลังกายแบบ High Intensity Interval

บรรดายิมที่ฝึกสอน ‘บราซิลเลียน ยิวยิตสู’ (ซึ่งเน้นการปล้ำและจับล็อกคู่ต่อสู้ให้ยอมแพ้) ศิลปะการต่อสู้แบบผสม (mixed martial arts หรือ MMA) ซึ่งผสมผสานกีฬามวยปล้ำ การเตะต่อย และการปล้ำ หรือกระทั่งกีฬามวยสากลและมวยไทยซึ่งมักมีภาพลักษณ์ดุดันนั้น ก็เริ่มหันมาปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายในยิมของตนเช่นกัน โดยอาศัยโอกาสในช่วงเวลาที่ Ultimate Fighting Championship (UFC) ซึ่งเป็นสมาคมศิลปะการต่อสู้แบบผสมแห่งแรกของโลกกำลังกลายเป็นกระแส อย่าง Q23 Academy โรงเรียนสอนบราซิลเลียน ยิวยิตสูในกรุงเทพฯ ซึ่งเคยผลิตนักสู้อาชีพอย่างอาดัม คายุมมาแล้วนั้น ได้เปิดสอนยิวยิตสูในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเน้นการประยุกต์ใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นของร่างกายแทน อีกทั้งยังมีโปรแกรมสำหรับเด็กเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ความมีวินัย และการเคารพผู้อื่น โดยเป็นไปในรูปแบบที่สนุกและดีต่อสุขภาพ ในทำนองเดียวกัน ยิมออกกำลังกาย Yorky Mixed Martial Arts ในอุดมสุขก็ได้เปิดคลาสเรียนสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งสอนเทคนิคอันซับซ้อนของศิลปะการต่อสู้รูปแบบต่างๆ และการผสมผสานกระบวนท่าเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและความแข็งแรง ศิลปะแม่ไม้มวยไทยเองก็ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวกรุงผู้รักการออกกำลังกาย โดยบรรดายิมอย่างเดอะ แล็บ อมโมะ สตูดิโอ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ (ซึ่งเปิดสอนคลาสเรียนยอดนิยมอย่าง Body Combat) หรือกระทั่งค่ายมวยไทยใหญ่ๆ นั้นเริ่มหันมาเปิดสอนคลาสออกกำลังกายประเภท Boxercise กันอย่างต่อเนื่อง

“เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ไม่มาที่นี่เพื่อฝึกการต่อสู้แล้ว เขามาออกกำลังกาย มีเด็กและผู้หญิงหันมาสนใจชั้นเรียนของเรามากขึ้นเมื่อไม่มีประเด็นเรื่องความรุนแรงมาเกี่ยวข้อง” อมร บุญประเสริฐกล่าว เขาคือครูฝึกมากประสบการณ์ประจำโรงเรียนสอนมวยไทย ‘ครูดาม’ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาถึง 7 แห่งทั่วประเทศ โรงเรียนแห่งนี้เป็นของดาม ศรีจันทร์ นักกีฬาผู้เดียวที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในเวทีศิลปะการต่อสู้ระดับนานาชาติกว่า 5 ประเภท ได้แก่ มวยไทย มวยสากล คิกบ็อกซิ่ง เทควันโด และคาราเต้ ในปี 2553 ครูดามเป็นครูฝึกคนแรกในกรุงเทพฯ ที่หันมาใช้มวยไทยเพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายและการลดน้ำหนัก

นอกจากนี้ ชั้นเรียนสอนศิลปะการต่อสู้หลายแห่งนั้นไม่ได้สอนในยิมออกกำลังกายเก่าคร่ำครึอีกต่อไปแล้ว ปัจจุบันคลาสเรียนเหล่านี้มักตั้งอยู่ในสตูดิโอทันสมัย ติดเครื่องปรับอากาศ และเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ใหม่เอี่ยมเพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาด ทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้กีฬาประเภทนี้ได้รับความสนใจจากบรรดานิตยสารและสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยมีการกล่าวถึงกีฬาประเภทนี้ว่าทั้งสนุก และเป็นโอกาสให้ได้พบปะผู้คน

“คนเคยมองว่า MMA เป็นกีฬารุนแรงเลือดสาด และปราศจากกฎเกณฑ์หรือการวางกลยุทธ์ใดๆ ไม่ต่างจากสัตว์ที่ต่อสู้กันในกรง พักหลังคนเริ่มรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริง ยิ่งสาธารณะชนมีโอกาสได้สัมผัสถึงแก่นแท้ของศิลปะการต่อสู้แบบผสมมากเท่าไร พวกเขาก็จะยิ่งเข้าใจว่าทักษะและเทคนิคต่างๆ นั้นสามารถนำมาประยุกต์เพื่อการออกกำลังกายได้ แถมคุณยังได้ทักษะการป้องกันตัวที่ใช้ได้จริงติดตัวไปด้วย” ริกะ อิชิเกะ นักกีฬา MMA อาชีพชาวไทย-ญี่ปุ่น กล่าว เธอเป็นหนึ่งในนักสู้ MMA ดาวรุ่งที่ฉายแววโดดเด่นที่สุดของประเทศไทยและญี่ปุ่น โดยเธอได้เข้าร่วมแข่งขันในเวที Kingdom of Heroes ซึ่งจัดโดย One Championship ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมเคยถูกสั่งห้ามแข่งขันโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยอยู่หลายปี ด้วยเหตุผลว่ากีฬาดังกล่าวนั้นมีความรุนแรงและอาจเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีสำหรับเยาวชน ข้อกล่าวหานี้เป็นที่น่าขบขันเมื่อพิจารณาว่ามวยไทยซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติไทยมายาวนาน ก็เป็นหนึ่งในศาสตร์สำคัญของศิลปะการต่อสู้แบบผสม แต่สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในปี 2559 เมื่อวัน แชมป์เปียนชิพ สังกัดปัจจุบันของริกะ ได้จัดการแข่งขัน MMA ขึ้น นับแต่นั้นมา วัน แชมป์เปียนชิพก็ได้จัดการแข่งขันอื่นๆ อีก 5 รายการ โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และมีดาวเด่นของไทยเข้าร่วมด้วย การแข่งขันดังกล่าวได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่ปกติไม่มีวันจะเลือกออกกำลังกายในยิมสอนศิลปะการต่อสู้ และกลายเป็นแรงผลักดันให้บรรดาเจ้าของยิมสอนศิลปะการต่อสู้เหล่านี้ต้องหันมาปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้เหมาะสำหรับคนทั่วไปยิ่งขึ้น

กีฬา MMA นั้นคล้ายกับการแข่งหมากรุก บางครั้งเราคิดว่ามันเหมือนเกมวางแผนกลยุทธ์มากกว่ากีฬาจริงๆ เพราะคุณสามารถเลือกวิธีเดินได้หลายแบบ คุณอาจจะเดินหมากถูกหรือผิด และการแข่งขันอาจจะจบลงได้ในพริบตา

“ในชั้นเรียนของเรา นักเรียนไม่เพียงเรียนวิธีเตะต่อยบนสังเวียน แต่เรายังสอดแทรกการออกกำลังกายที่เน้นความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัวในระหว่างการฝึกแต่ละรอบด้วย วิธีนี้คุณจะไม่ได้เรียนแค่กระบวนท่ามวยไทย แต่ยังได้ออกกำลังกายทั้งตัว ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและฝึกคาร์ดิโอไปพร้อมกัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังฝึกในยิม ไม่ใช่การแข่งขัน” บัวเพชร ศรีสเกษ หรือครูเพชร กล่าว เขาคือหัวหน้าครูฝึกแห่งค่าย ‘ไทเกอร์มวยไทย’ ผู้ทำหน้าฝึกสอนนักกีฬาศิลปะการต่อสู้มือวางอันดับต้นๆ ของโลก

แม้คลาสเรียนเหล่านี้จะถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสำหรับคนทั่วไปและฝึกสอนในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรมากขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งการฝึกวินัยและสมาธิอย่างในค่ายทหาร อันเป็นหัวใจของศิลปะการต่อสู้ดังเช่นในอดีต ในปี 2559 งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Sport and Health Science ชี้ว่าผู้ใหญ่ที่ฝึกคาราเต้สัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นเวลา 5 เดือนนั้นมีสมาธิ เวลาการตอบสนอง และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ที่ดีขึ้นเมื่อตกอยู่ในภาวะตึงเครียด เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ออกกำลังกายด้วยกิจกรรมอื่นๆ เช่น การวิ่ง “กีฬา MMA นั้นคล้ายกับการแข่งหมากรุก บางครั้งเราคิดว่ามันเหมือนเกมวางแผนกลยุทธ์มากกว่ากีฬาจริงๆ เพราะคุณสามารถเลือกวิธีเดินได้หลายแบบ คุณอาจจะเดินหมากถูกหรือผิด และการแข่งขันอาจจะจบลงได้ในพริบตา” ริกะกล่าว

อย่างไรก็ดี การฝึกศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมนั้นยังคงเดินหน้าผลิตนักสู้หน้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบที่มุ่งเน้นการออกกำลังกาย นักกีฬาหลายคนเริ่มจากการฝึกเพื่อออกกำลังกาย ก่อนที่บางส่วนจะหันมาฝึกจริงจังและผันตัวไปเล่นในระดับอาชีพ หากจะให้ยกตัวอย่าง ยิมสอนศิลปะการต่อสู้ที่โด่งดังที่สุดระดับโลกหลายแห่งนั้นได้เปิดโรงเรียนฝึกสอนที่นี่ อาทิ Team Quest Thailand ยิมมวยไทยและ MMA ในเชียงใหม่ที่มีเจ้าของเป็นนักมวยปล้ำโอลิมปิก 3 คนคือ แรนดี คูทัวร์ แดน เฮนเดอร์สัน และแมท ลินด์แลนด์ ชั้นเรียนของพวกเขานั้นใช้ครูฝึกสอนกีฬา MMA ระดับโลก และมาในบรรยากาศการฝึกซ้อมที่ทันสมัยและเป็นมิตร ทำให้ปัจจุบัน ยิมแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านของนักสู้ระดับโลกจำนวนหนึ่งด้วย เช่นเดียวกับยิม Phuket Top Team ที่เพิ่งเปิดตัวในภูเก็ตและที่ฝึกซ้อมเป็นครั้งเป็นคราวของริกะ ก็ได้ดึงครูฝึกมืออาชีพจากบราซิล สหรัฐอเมริกา และยุโรปมาร่วมทัพอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนคลาส MMA มวยไทย บราซิลเลียน ยิวยิตสู หรือมวยปล้ำได้ตามความสมัครใจ ภายในระยะเวลาที่ต้องการตั้งแต่วันเดียวจบไปจนถึง 3 เดือน และยังสามารถเลือกระดับความเข้มข้นของการฝึกได้ตั้งแต่ชั้นเรียนสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงมืออาชีพ

หากมองในแง่ของการสร้างความยอมรับในหมู่คนทั่วไป แวดวงศิลปะการต่อสู้ในประเทศไทยก็นับว่ามาไกลมาแล้วจากจุดเริ่มต้น แม้กีฬาการต่อสู้ที่ฉายอยู่ตามโทรทัศน์อย่างมวยสากล มวยไทย และกีฬา MMA อาจไม่มีวันลบภาพลักษณ์ความรุนแรงออกไปได้อย่างสิ้นเชิง เพราะสิ่งเหล่านี้คือหัวใจที่ทำให้การแข่งขันดังกล่าวเข้มข้นน่าติดตาม แต่ผู้คนก็เริ่มมองข้ามภาพลักษณ์ภายนอกที่รุนแรงของกีฬาต่อสู้ไปถึงประโยชน์ในด้านการออกกำลังกาย และเริ่มเข้าใจว่าการฝึกแบบเดียวกันกับที่ใช้ในฝึกนักสู้อาชีพนั้น สามารถใช้เพื่อฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจในคนทั่วไปเช่นกัน

พูดอีกอย่างก็คือ บรรดาผู้คนที่แห่แหนกันมาออกกำลังกายที่อมโมะ สตูดิโอ และคิว 23 นั้น ไม่ได้มาเพราะกระหายความรุนแรงหรือหมายมั่นจะล้มคู่ต่อสู้ สิ่งที่พวกเขามุ่งเน้นคือการต่อสู้ในระดับจิตใจ ที่จะทำให้เขาสามารถล้มล้างความกลัว สร้างความแข็งแกร่งของร่างกาย และสร้างระเบียบวินัยและความมุ่งมั่นอย่างนักสู้ โดยไม่ต้องถึงกับแลกมาด้วยเลือดนั่นเอง